คำถามทบทวน

posted on 17 Aug 2011 21:16 by maylovet-p
1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร
ตอบ การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับโปรแกรมซอฟต์แวร์ในการสื่อความหมายโดยการผสมผสานสื่อหลายชนิด
 เช่น ข้อความ กราฟิก (Graphic)  ภาพเคลื่อนไหว (Animation) เสียง (Sound) 
และวีดิทัศน์ (Video) เป็นต้น และถ้าผู้ใช้สามารถที่จะควบคุมสื่อให้นำเสนอออกมาตามต้องการได้จะเรียกว่า 
มัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ (Interactive Multimedia) ทำให้สามารถนำเสนอในรูปแบบที่เราต้องการได้
 
2.การนำเสนอข้อมูลในเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร
ตอบ ไม่เปลืองพื้นที่ในการเก็บเอกสาร ไม่สิ้นเปลืองทรัพยากร นำเสนอข้อมูลได้หลายแบบ
สามารถเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตได้ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้นำเสนอได้ทันที
 
3.Microsoft Powerpoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง
ตอบ แบบตัวอักษร แบบรูปภาพ แบบแผนภูมิ
 
4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft Powerpoint แตกต่างกันอย่างไร
ตอบ การเชื่อมโยงภายในจะเชื่อมกับข้อมูลภายในเท่านั้น แต่การเชื่อมโยงภายนอกจะสามารถเชื่อมไปยังแหล่งข้อมูลในอินเทอร์เน็ตได้
 
5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง
ตอบ มอร์นิเตอร์ โปรเจกเตอร์ ลำโพง
 
6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด
ตอบ เอกสารเพราะ ไม่ต้องใช้อุปกรณืในการนำเสนอ
 
7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft Powerpoint สามารถทำได้อย่างไร
ตอบ คลิกขวาบนที่ว่างแล้วเลือกออกแบบภาพนิ่ง จากนั้นเลือกใช้แม่แบบ
 
8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft Powerpoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด
ตอบ คลิดเลือกกล่องข้อความหรือวัตถุแล้วคลิกเลือกการเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง
 
9.ยกตัวอย่างซอฟแวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรืออักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม
ตอบ  1. micosoft  powerpoint 2. movie maker 3. micosoft office excel
 
10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน micosoft  powerpoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอได้หรือไม่อย่างไร
ตอบ ได้ในรูปแบบรูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว
 
11.เครื่่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย micosoft  powerpoint หรือไม่อย่างไร
ตอบ ไม่เพราะไม่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอ
12.Microsoft PowerPoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร
ตอบ ได้ โดยการคลิกที่ แทรก แล้วเลือกสิ่งที่ต้องการแทรก
13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร
ตอบ เป็นการสรุปข้อมูลทั้งหมดทำให้สามารถสื่อสารกับผู้รับได้ง่ายกว่า
14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง
ตอบ ฮาร์ดแวร์ คอมพิวเตอร์ โปรเจกเตอร์ เครื่องฉาย ลำโพง
       ซอฟต์แวร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint
15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษร ภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน
ตอบ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ Microsoft PowerPoint

ภาษา JAVA

posted on 08 Jul 2011 18:26 by maylovet-p
ภาษา JAVA  เบื้องต้น


ภาษา JAVA เป็นภาษาโปรแกรมที่เพิ่งเกิดใหม่  ใช้แทรกในเอกสารภาษา HTML เพื่อให้รับตัวแปรจากภายนอก  ทำมีความสามารถหลากหลาย  ทำให้ลักษณะการเขียนโปรแกรมก็ยากขึ้นเป็นเงาตามตัว อย่างไรก็ตามในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะความรู้เบื้องต้น   เพื่อใช้ประยุกต์ในงานการพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนการสอนในบางประเด็น การเรียนรู้คำสั่งเพื่อสร้างข้อสอบผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  ซึ่งอาจทำให้ผู้ศึกษาสามารถพัฒนาในระดับก้าวหน้าต่อไปในอนาคตได้

รูปแบบของจาวาสคริปต์ที่ใช้งานร่วมกับ HTML
แบบที่ 1 แทรกภาษา JAVA ในส่วนของ Body ของภาษา HTML
<HTML>
<HEAD>
<TITLE>……</TITLE>
</HEAD>
<BODY>
<SCRIPT LANGUAGE= “JavaScript”>
…………………………………..
…………………………………...
</SCRIPT>
……………………………………
</BODY>
</HTML>

 

แบบที่ 2 แทรกภาษา JAVA ในส่วนของ HEAD ของภาษา HTML
<HTML>
<HEAD>
<TITLE>……</TITLE>
<SCRIPT LANGUAGE= “JavaScript”>
…………………………………..
…………………………………...
</SCRIPT>
</HEAD>
<BODY>
……………………………………
</BODY>
</HTML>
แบบที่ 3  แทรกภาษาทั้งในส่วนของ HEAD และส่วน BODY ของภาษา HTML
                <HTML>
<HEAD>
<TITLE>……</TITLE>
<SCRIPT LANGUAGE= “JavaScript”>
…………………………………..
</SCRIPT>
</HEAD>
<BODY>
<SCRIPT LANGUAGE= “JavaScript”>
…………………………………..
</SCRIPT>
</BODY>
</HTML>
หมายเหตุ   1.  เนื่องจากเวลาในการฝึกอบรมจำกัด  เพื่อเป็นการประหยัดเวลาในการทำกิจกรรม  ผู้ฝึกอบรมสามารถ Copy สคริปต์ได้จากสื่อมัลติมีเดียเพื่อการฝึกอบรมเรื่อง ภาษา JAVA ได้ทุกกิจกรรม    
2. ในช่องคำอธิบายที่เว้นว่างแสดงว่าเป็น tag ของภาษา HTML ที่เรียนแล้ว

กิจกรรมที่ 1 พิมพ์สคริปต์ภาษาจาวาลงในสคริปต์ของภาษา HTML บันทึกชื่อ exjava1.html   แล้วทดลองเปิดไฟล์โปรแกรมนี้จาก Browser และอาจทดลองเปลี่ยนค่าตัวแปรต่างๆ ในส่วนของ JAVA Script เพื่อทดสอบและดูการเปลี่ยนแปลง 


Script

คำอธิบาย

<HTML> <head>
<title>test<title></head>
<body>

 

<Script Language= “JavaScript”> 

Tag เริ่มต้นของภาษา JAVA

document.write(‘<font color= “0000FF”>’);

ให้เขียนTag ภาษา HTML ตามค่าในวงเล็บ
เพื่อให้สีอักษรเป็นสีน้ำเงิน

document.write(‘<font size= “5”>’);

ให้เขียนTag ภาษา HTML ตามค่าในวงเล็บ
เพื่อให้ขนาดอักษรเท่ากับ  5

document.write(‘<center>’);

ให้เขียนTag ภาษา HTML ตามค่าในวงเล็บ
เพื่อให้ object อยู่กลาง

document.write(“Welcome to JavaScript”);

ให้แสดงผลคำว่า Welcome to JavaScript

document.write(‘<br>’);

ให้เขียนTag ภาษา HTML ตามค่าในวงเล็บ
เพื่อให้ขึ้นบรรทัดใหม่

document.write(‘<img src= “pic.gif”>’);

ให้เขียนTag ภาษา HTML ตามค่าในวงเล็บ
เพื่อให้แสดงภาพชื่อ pic.gif

 

Script

คำอธิบาย

</Script>

ปิดท้ายสคริปต์ของภาษา JAVA

<br>
<font color= “FF000FFF”><font size=3>
This is my first program
</FONT></FONT>
</body></HTML>

 

เทิดพระเกียรติ 84 พรรษา

posted on 27 Jun 2011 21:33 by maylovet-p

พระราชประวัติ

ทรงพระราชสมภพที่โรงพยาบาลเมานท์ ออเบิร์น เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเสทท์ ประเทศสหรัฐ อเมริกา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่ 3 ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์ อดุลยเดชวิกรมบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นพระอนุชาของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระองค์ทรงศึกษาวิชาสามัญชั้นต้นที่โรงเรียนมาแตร์เดอี แล้วเสด็จไปประทับและศึกษาต่อที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิสเซอร์ แลนด์ ในปี พ.ศ. 2481 พระองค์ได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดลนิวัติประเทศไทย ประมาณ 2 เดือน ก็เสด็จกลับสวิสเซอร์แลนด์ จนภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2488 จึง ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล กลับประเทศไทย
           พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อ จากนั้นทรงเสด็จกลับไปสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อทรงศึกษาต่อ และเสด็จกลับประเทศไทย พ.ศ. 2493 ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 และทรง ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 จากนั้นทรงเสด็จไปสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อทรงศึกษาต่อ และเสด็จกลับ พ.ศ. 2494 ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดา 4 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยาม มกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬา ภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
พระราชกรณียกิจที่สำคัญ
           แม้ว่าบทบาทของพระมหากษัตริย์หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จะลดลงเป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ พระองค์ยังคงพยายามปฏิบัติพระราชภารกิจเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ใน ด้านต่างๆ คือ ทางด้านเศรษฐกิจ ทรงพยายามช่วยเหลือ โดยการส่งเสริมอาชีพ เช่น การทำฟาร์มโคนม พระราช ทานความคิดในการประดิษฐ์เครื่องยนต์กลไก ส่งเสริมการเลี้ยงไหม การประมง ป่าไม้ โครงการ เกษตรหลวงที่ดอยอ่างขางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อชักชวนให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่น มาปลูกพืชผลและดอกไม้ ที่จะเป็นประโยชน์กว่า โครงการเกษตรกรรมที่หุบกระพง ประจวบคีรีขันธ์
           ทางด้านสังคม เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรจังหวัดต่างๆ อย่างทั่วถึง ทรงก่อตั้งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย มูลนิธิราชประชาสมาสัย เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเรื้อน ทรง ตั้งหน่วยแพทย์พระราชทาน มูลนิธิพัฒนาอนามัย มูลนิธิวิจัยประสาทวิทยา ฯลฯ
           ด้านขนบธรรมเนียมประเพณี ทรงฟื้นฟูสืบทอดประเพณีหลายอย่างเพื่อเป็นขวัญ เช่น พระราชพิธี จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา เป็นต้น
           ด้านศาสนา ทรงออกผนวชตามพระราชประเพณี เมื่อ พ.ศ. 2495 ทรงอุปถัมภ์การทำนุบำรุง ศาสนาทุกด้าน เช่น การสร้างวัด สร้างพระพุทธรูป ประกอบพิธีทางศาสนา เช่น การทอดกฐิน ผ้าป่า และการบำเพ็ญกุศลต่างๆ นอกจากนี้ยังทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ทุกๆ ศาสนาที่ประชาชนนับถือ ด้านการเมืองการปกครอง เนื่องจากฐานะของพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ภายใตัรัฐธรรมนูญ จึงไม่มีบทบาทโดยตรงทางการเมือง แต่ในทางปฏิบัติทรงเป็นประมุข ทรงเป็นผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นแบบอย่างในการปกครอง ทรงเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของประชาชน เวลาที่เกิดวิกฤตการณ์หรือ ความไม่มั่นใจในชาติ ดังเมื่อเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ยามที่เดือดร้อนที่สุด ประชาชนก็ไปขอ รับพระราชทานความร่มเย็นจากพระองค์ พระองค์ยังทรงเป็นที่พึ่งทางใจของประชาชนชาวไทยเสมอมา

 พระราชกรณียกิจ

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร เป็นที่ยกย่องเทิดทูนไม่เฉพาะแต่ประชาชนชาวไทย แม้แต่ชาวต่างประเทศก็ได้ประจักษ์และถวายสดุดี ดังจะเห็นได้จากการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก และหน่วยงานองค์การระหว่างประเทศได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญสดุดี อาทิ เช่น

-              ประธานรัฐสภายุโรปและสมาชิกร่วมกันทูลเกล้าฯถวาย "เหรียญรัฐสภายุโรป" (๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๙)

-              ประธานคณะกรรมาธิการเพื่อสันติภาพของสมาคมอธิการบดีระหว่างประเทศ ทูลเกล้าฯ ถวาย "รางวัลสันติภาพ" (๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๙)

-              สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ทูลเกล้าฯ ถวาย"เหรียญทองเฉลิมพระเกียรติคุณในการนำชนบทให้พัฒนา" (๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๐)

-              ผู้อำนวยการใหญ่โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ทูลเกล้าฯ ถวาย "เหรียญทองประกาศพระเกียรติคุณด้านสิ่งแวดล้อม" (๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๕)

-              ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ทูลเกล้าฯ ถวาย "เหรียญทองสาธารณสุขเพื่อมวลชน" (๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๕)

-              คณะกรรมการสมาคมนิเวศวิทยาเชิงเคมีสากล (International Society of Chemical Ecology) ทูลเกล้าฯ ถวาย "เหรียญรางวัลเทิดพระเกียรติในการสงวนรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ" (๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๖)

-              หัวหน้าสาขาเกษตร ฝ่ายวิชาการภูมิภาคเอเชียของธนาคารโลก ทูลเกล้าฯ ถวาย "รางวัลหญ้าแฝกชุบสำริด" สดุดีพระเกียรติคุณในฐานะที่ทรงเป็นนักอนุรักษ์ดินและน้ำ (๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๖)

-              ผู้อำนวยการบริหารของยูเอ็นดีซีพี (UNDCP) แห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวาย "เหรียญทองคำสดุดีพระเกียรติคุณด้านการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด" (๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๗)

-              องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ทูลเกล้าฯ ถวาย "เหรียญสดุดีพระเกียรติคุณในด้านการพัฒนาการเกษตร" (๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙)

-              สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ทูลเกล้าฯ ถวาย "รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์" จากการที่ได้ทรงอุทิศกำลังพระวรกายและทรงพระวิริยะอุตสาหะในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อยังประโยชน์และความเจริญอย่างยั่งยืนมาสู่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศมาโดยตลอด (๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙)